A A

บทความ

1-1 เจอผีครั้งแรก

บทที่ 1 ผมยังเด็กใหม่ไม่เคยเจอผี 1-1 เจอผีครั้งแรก สมัยเป็นวัยรุ่น … ผมสนใจกีฬาเพาะกายหรือการเล่นกล้ามเป็นพิเศษ การยกเหล็กนอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและกล้ามสวยแล้ว ยังทำให้จิตใจฮึกเหิมไม่กลัวใครอีกด้วย นอกจากการเพาะกายแล้ว ผมยังสนใจอ่านหนังสือและฝึกวิชาที่เกี่ยวกับจิตด้วย ในใจผมตอนนั้นซ่าจริงๆ ไม่มีคำว่า กลัวคน หรือ กลัวผี ท่านคงอยากรู้ว่า ที่ผมฝึกจิตนั้นฝึกอย่างใด ? ได้ผลสำเร็จบ้างไหม ? ไม่อยากจะโม้ แต่ก็ต้องบอกความจริง ผมฝึกจิตตามแนวทางของลามะทิเบต ใช้การพูดสั่งจิต วันละเป็นร้อยๆ ครั้ง อาบน้ำเย็นจัดหน้าหนาว ก็สั่งจิตและนึกภาพว่า ตัวเราเป็นไฟ มีแต่ความร้อน ไม่มีความรู้สึกหนาว ผมฝึกเอาขาเปล่าเตะโอ่งที่มีน้ำเปล่าอยู่เต็ม และก็เอามือเปล่าต่อยกำแพงคอนกรีต ผมก็สั่งทางจิตกับตัวเองว่า ขาของเราแข็งแกร่งเหมือนศิลา มือของเราก็เช่นกัน ผมฝึกจนเกิดความเชื่อมั่น ในความแข็งแกร่งของตัวเอง ผมไปเสียความเชื่อมั่นตอนที่พี่ชายของผมมาถามผมว่า “ เอ็งเอาขาเปล่าๆเตะโอ่งที่มีน้ำบรรจุอยู่เต็ม ได้ประโยชน์อะไร ? ” “ เอามือเปล่าต่อยกำแพงสุดแรงเช่นนั้น มันมีประโยชน์หรือ ? เห็นมีแต่ความเสี่ยงว่าขาจะหักหรือมือจะห...

1-2 ย้ายบ้านใหม่ดันไปเจอบ้านผีสิง

บทที่ 1 ผมยังเด็กใหม่ไม่เคยเจอผี 1-2 ย้ายบ้านใหม่ดันไปเจอบ้านผีสิง หลังจากเจอประสบการณ์ผีเล่นระนาดเอกอำ ดนตรีที่เขาบรรเลงเป็นแนวหวานหรือแนวดุผมก็ไม่ทราบ รู้แต่ว่าผมไม่เคยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง แต่มีอยู่วันหนึ่งน้องชายของผมก็มาเล่าว่า บ้านเรามีผีที่ชอบเล่นระนาดอยู่ แล้วเขาก็เล่าอาการที่เกิดขึ้นให้ผมฟัง ซึ่งตรงกับผมไม่มีผิด ผมรู้ว่าเรื่องที่เขาเล่าเป็นเรื่องจริง แต่ช่วยอะไรเขาไม่ได้ ผมท้าทายผีอย่างไรมันก็ไม่เคยโผล่มาหาผมอีกเลย ด้วยฐานะทางเศรษฐกิจที่บ้านทรุดตัว พ่อผมกับแม่เลี้ยงก็ชราภาพแล้ว แม่ผมก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน พ่อผมจึงเซ้งบ้านเก่าทิ้ง เพื่อเอาเงินไปเซ้งบ้านใหม่ในราคาที่ถูกแสนถูก แถมยังมีเงินเก็บอีกนิดหน่อยไว้ใช้ตอนชราภาพมากกว่านี้ ก่อนจะเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่ พ่อผมและผมนั่งคุยกับเจ้าของบ้านคนเดิม ถามเขาตรงๆว่า “ ลื้อเซ้งบ้านราคาโคตรถูกอย่างนี้ได้อย่างไร ? ” เขาก็ตอบว่า “ ลูกๆมันกลัวผี บ้านนี้มีผี เข้ามาอยู่ลื้อต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขา เขาจะได้ไม่หลอก ” เรื่องทำบุญอะไรนั่นไม่อยู่ในนิสัยของผมและพ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องชายผมยิ่งไม่มีทางทำแน่นอน และก็จริงตามที่เจ้าของบ้านคน...

1-3 วิญญาณแม่เลี้ยงช่วยเปิดประตูสู่โลกวิญญาณให้ผม

บทที่ 1 ผมยังเด็กใหม่ไม่เคยเจอผี 1-3 วิญญาณแม่เลี้ยงช่วยเปิดประตูสู่โลกวิญญาณให้ผม   “ การพลัดพรากจากสิ่งที่รักเป็นทุกข์ ” พ่อผมเป็นคนจีน คนจีนยุคนั้นปลูกฝังความคิดให้ลูกหลานของตนว่า ถ้ามีลูกต้องได้ลูกชาย แต่แม่เลี้ยงผมมีปัญหาอะไรผมไม่ทราบ ต้องตัดมดลูกทิ้ง ทำให้มีลูกไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว เมื่อเป็นดังนี้ พ่อผมจึงต้องมีภรรยาอีกคน ผมเป็นลูกคนที่ 2 ที่เกิดจากภรรยาคนใหม่ของพ่อ ซึ่งก็คือแม่แท้ๆของผมนั่นเอง ตั้งแต่เกิดมาจนถึงอายุย่างเข้า 25 ปี แม่เลี้ยงของผมเป็นผู้อุปถัมถ์เลี้ยงดูผมมาตลอด ท่านเลี้ยงผมและพี่น้องทุกคนเหมือนลูกในไส้ของท่าน ผมยังไม่เคยรู้รสถึงการพลัดพรากหนักๆเลย แต่มาวันหนึ่งผมได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่า “ แม่เลี้ยงผมเสียชีวิตแล้ว ” เรื่องนี้ครอบครัวของผมไม่เคยมีใครคาดฝันมาก่อน จึงยากที่จะมีคนทำใจได้ มีเรื่องแปลกเกิดขึ้นกับครอบครัวผมหลังจากแม่เลี้ยงผมเสียชีวิตใหม่ๆ แต่เรื่องที่น่าสนใจที่สุด คือในวันที่สามหลังจากการเสียชีวิตของท่าน น้องชายผมนั่งทำสมาธิอยู่ในห้อง เขาได้ยินเสียงของแม่เลี้ยงพูดว่า “ มา ( แม่ ) จะไปแล้วนะ ” ทุกครั้งที่เขาทำสมาธิ เขาก็จะได้ยินเสีย...

1-4 ถึงเวลาที่พวกผีในซอยอ่อนนุชจะเริ่มลุยใส่ผมแล้ว

บทที่ 1 ผมยังเด็กใหม่ไม่เคยเจอผี 1-4 ถึงเวลาที่พวกผีในซอยอ่อนนุชจะเริ่มลุยใส่ผมแล้ว  “ มีคุณต้องตอบแทน มีแค้นต้องชำระ ถึงจะรอ 10 ปีก็ต้องล้างแค้นให้ได้ ” ผมไม่รู้ว่า บรรดาผีที่บ้านผมยึดถือภาษิตนี้หรือเปล่า แต่ในวันที่แม่เลี้ยงผมมาหาผม พวกผีที่บ้านผมน่าจะจับตาดูอยู่ ทันทีที่แม่เลี้ยงผมอำร่างผมได้ ผีพวกนี้ก็รู้ว่า ถึงเวลาที่พวกเขาต้องลุย ล้างแค้นผมแล้ว เพราะว่าผมด่าว่าและเหยียดหยามพวกเขามาหลายปี และก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเผ่นและหาคนมาช่วยปราบผี ทั้งนี้เพราะช่วง 6 เดือนหลังจากแม่เลี้ยงผมมาหา ผมถูกผีอำร่วมร้อยครั้ง บางคืนก็อำร่างผม 6-7 ครั้ง ครั้งหนึ่งผมทนความง่วงไม่ได้ ต้องหนีไปนอนที่วัด บางวันผมก็ไปหาท่านอาจารย์ที่ลือกันว่ามีวิชาแก่กล้า เพื่อขอให้ท่านช่วย แต่เข้าใจว่า อาจารย์ท่านนั้นคงไม่ได้มีวิชาอาคมใดๆ เป็นอาจารย์เก๊ หลอกเอาเงินอย่างเดียว แม้แต่พระที่ท่านให้มา พวกผีที่บ้านผมก็ไม่เห็นกลัวสักนิด เมื่อหันไปพึ่งใครไม่ได้ ผมก็เลยจำใจต้องพึ่งตัวเอง จู่ๆผมก็ฮึดสู้ขึ้นมา 7-8 ปีที่แล้ว ผมเคยฝึกวิชาลามะธิเบตจนถึงขั้นได้ผล แล้วผมมาหนีผีแบบนี้ ซ้ำยังไปพึ่งความช่วยเหลือของคนอื่น เป็นการขายห...

1-5 ขอแก้แค้นผี แต่กลับกลายเป็นมิตรกับผี

บทที่ 1 ผมยังเด็กใหม่ไม่เคยเจอผี 1-5 ขอแก้แค้นผี แต่กลับกลายเป็นมิตรกับผี ผมได้อาศัยผีทำการทดลองอื่นๆ อีกนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อศึกษาโลกของวิญญาณอย่างละเอียดเท่าที่จะทำได้ แต่ตอนนี้ผมขอแก้แค้นผีเหล่านี้ซะก่อน เมื่อผมรู้ว่าพวกมันทำอะไรผมไม่ได้เลย และมันก็ถูกอะไรบางอย่างควบคุมการกระทำไว้ ไม่ให้เลยเถิดไปทำร้ายมนุษย์ อย่างนี้ผมก็ชอบซิครับ แต่ผมไม่เอาเปรียบอยู่แล้ว ผมท้าบรรดาผีทั้งที่อยู่ในซอยอ่อนนุชหรือไม่อยู่ให้มาลองดีกับผม แม่นาคพระโขนงผมยังท้าเลย หลายปีที่ผมรบกวนผี และหลายปีที่น้องชายผมซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องพลอยมาเป็นพยานการประลองยุทธระหว่างผมกับบรรดาผีที่มีพลังและวิชาแปลกๆ ผมรู้ว่าน้องชายผมน่าจะทนได้ เพราะเขาเป็นคนไม่ยอมคน ผีเขาก็ไม่ยอม ผมทำทุกอย่างเพื่อหาความรู้จริงๆ จากโลกของวิญญาณ ซึ่งไม่เคยมีใครเคยรู้ และไม่เคยมีใครทดลองทำมาก่อน แต่การทดลองของผมไม่ใช่การทดลองที่ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เครื่องมือเหล่านั้นยังต้องพัฒนาอีกไกล กว่าจะเอามาใช้กับวิญญาณได้จริงๆ ขั้นแรกพวกนักวิทยาศาสตร์ต้องทำให้ผู้คนทั้งโลกแน่ใจก่อนว่า เรื่องวิญญาณเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เขาจึงจะได้รับกำลัง...

2-1 ผีอำคืออะไรกันแน่?

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-1 ผีอำคืออะไรกันแน่ ? จากประสบการณ์การถูกผีอำโดยเต็มใจและไม่เต็มใจมากว่า 1,000 ครั้ง ผมกล้าพูดได้เลยว่า “ ผีอำ ” คืออาการที่เกิดขึ้นกับคนที่ร่างกายหลับไปแล้ว แต่วิญญาณของเขายังไม่ได้หลับ เมื่อเขาถูกวิญญาณอื่นมารบกวนในช่วงนั้น ซึ่งเรียกว่า “ ช่วงอยู่ในภวังค์ ” เขาก็ตื่นขึ้น แต่เป็นการตื่นขึ้นของวิญญาณแต่เพียงอย่างเดียว ร่างกายไม่เกี่ยว ไม่ได้ตื่นขึ้นมาด้วย เขาจึงขยับตัวไม่ได้ จะยกแขนก็หนัก จะยกขาก็หนัก เหมือนมีอะไรมาขัดขวางหรือต้านทานกำลังของเขา สิ่งที่ขัดขวางหรือต้านทานกำลังของเขาความจริงก็ไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นร่างกายของเขานั่นเอง เพราะมันยังหลับอยู่ เขาจะรู้สึกหนักมากเวลายกแขน ก็เพราะแขนที่เป็นวิญญาณของเขาไม่มีแรงพอจะยกแขนที่เป็นกายเนื้อของตนเองนั่นเอง ตอนที่อยู่ในอาการผีอำ “ เขา ” ผมหมายถึงวิญญาณของเขานะครับ เขาไม่มีประสบการณ์การแยกตัวออกจากกันระหว่างร่างกายและวิญญาณ เขาเลยยังคิดว่า เขาคือร่างกายของตัวเอง ซึ่งความจริงไม่ใช่ เพราะร่างกายยังหลับอยู่ ในช่วงที่ถูกผีอำ ไม่มีอวัยวะใดที่เขาสามารถบังคับให้เคลื่อนไหวได้ 100% เลย ดังนั้นถ้าคนๆนั้นสามาร...

2-2 มนุษย์ประกอบด้วยร่างกายและวิญญาณ

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-2 มนุษย์ประกอบด้วยร่างกายและวิญญาณ ในวงการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองไทย แพทย์ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่า อาการที่ร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้จากผีอำนั้นเกิดจากอะไร ? สาเหตุเพราะแพทย์สมัยใหม่ที่ว่าเจริญแล้ว ไม่ได้เจริญจริง เนื่องจากยังไม่ยอมรับว่า ชีวิตของมนุษย์ประกอบไปด้วย 2 ส่วน ได้แก่ร่างกายและก็วิญญาณ มัวไปคิดว่ามีแค่ร่างกายอย่างเดียว มีหมอบางคนไปบอกคนไข้อย่างไม่มีหลักการ พูดง่ายๆก็คือมั่วนิ่มว่า ผีอำเป็นการนอนทับเส้นตัวเอง ซึ่งคนไข้ที่ไปหาหมอต่างคนต่างก็รู้อยู่กับใจว่าไม่ใช่ เพราะเขาเหล่านั้นต่างมีอาการแทรกซ้อนบางอย่างเกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น บางคนบอกว่า เหมือนมีใครสิงอยู่ในตัวเขา บางคนก็ยืนยันว่าถูกผีนั่งทับ  เพื่อนผมยืนยันว่า มีเปรตที่มีเสียงแหลมบินผ่านเลยหัวไป บางท่านก็ยืนยันว่ามีผีกดแขน เป็นต้น ตราบใดที่แพทย์ยังไม่ยอมรับว่า ชีวิตของมนุษย์ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือร่างกายและก็วิญญาณ ตราบนั้นเขาก็จะยังไม่พบวิธีรักษาอาการผีอำ หมอต้องหัดฟังและเชื่อคนไข้บ้าง ไม่ใช่พอคนไข้ยืนยันว่าผีอำเป็นเรื่องของผี ก็โดนหมอหาว่าไร้สาระและจิตหลอนซะแล้ว ประเทศที่นับ...

2-3 ท้าวิญญาณประลองกำลัง

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-3 ท้าวิญญาณประลองกำลัง สมัยวัยหนุ่ม ผมซ่ามาก เคยท้าประลองกำลังกับวิญญาณดวงหนึ่ง วิญญาณดวงนั้นก็รับคำท้า เขามาหาผมตอนบ่ายๆนี่แหละ ผมอาศัยจังหวะที่ร่างกายตัวเองหลับไปแล้ว หรือเกือบจะหลับ คืออยู่ในภวังค์ ปล่อยให้วิญญาณดวงนั้นแสดงกำลังได้เต็มที่ อาศัยผมเป็นนักกล้ามเก่ากำลังกายผมจึงพร้อม กำลังจิตของผมก็พร้อมเช่นกัน เนื่องจากผมเคยฝึกจิตตามแนวทางของลามะทิเบต มีเพียงช่วงครึ่งปีแรกเท่านั้นที่ผมถูกผีที่บ้านเก่าในซอยอ่อนนุชอำแล้วผมกลัวผี พอผมรู้ว่าผีเหล่านี้ทำอะไรผมไม่ได้เลย ความกลัวของผมก็เริ่มลดลง จนในที่สุดผมก็แทบจะไม่มีความกลัวใดๆ เหลืออยู่เลย ผมลยกล้าท้าผีทุกตัว อีกอย่าง ถ้าผมพลาดท่า สู้พลังของวิญญาณดวงนั้นไม่ได้ ผมก็ต้องหาเหตุผลมาปฏิเสธความพ่ายแพ้จนได้ คือทำอย่างไรผมก็ไม่ยอมรับว่าแพ้ผี วิญญาณที่ต้องการลองกำลังกับผมดวงนั้นนั่งลงข้างๆตัวผม ใช้ 2 มือกดลงมาที่แขนขวาของผม ผมออกแรงต้านเต็มกำลังจนตัวเองหมดพลัง จังหวะนั้นผมก็เปิดตาดู ผมแลเห็นแขนตัวเองวางอยู่ข้างตัว ไม่ได้เคลื่อนไหว แต่ความรู้สึกของผม มีแขนอีกแขนหนึ่ง ซึ่งเป็นแขนของวิญญาณของผม อยู่สูงกว่าแขนกายเ...

2-4 วิญญาณพ่อค้าเนื้อที่ตลาด

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-4 วิญญาณพ่อค้าเนื้อที่ตลาด มีอีกครั้งหนึ่งที่ผมกล้าท้าวิญญาณประลองกำลัง แต่คราวนี้ผมอยากลองปะทะกับวิญญาณที่เพิ่งตายใหม่ๆ บ้าง เพื่อผมจะได้ศึกษาเขาดูว่า ตัวเขามีอะไรแตกต่างกับวิญญาณที่ตายไปนานแล้วบ้าง อ้อ ! ช่างประจวบเหมาะพอดี มีพ่อค้าขายเนื้อในตลาดเพิ่งถูกรุมฆ่าตายเมื่อไม่กี่วันก่อน ตัวเขาดูสูสีกับผม แค่ผมนึกในใจว่าอยากเจอเขามาก แต่ก็ไม่คาดว่าเขาจะมาจริงๆ และมาอย่างเร็วด้วย คือเขามาตอนที่ผมกำลังดูหนังทีวีเรื่องซามูไรที่ชื่อยางิวอยู่ เวลาตอนนั้นประมาณบ่ายสามโมง ผมอยู่ในภวังค์ใกล้หลับ แต่หนังมาแล้ว ผมจึงต้องรีบลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดเสียงโทรทัศน์ให้ดังขึ้น จังหวะนั้นเอง ผมก็พบว่าตัวเองเคลื่อนไหวไม่ได้เสียแล้ว แล้วก็มีชายร่างอ้วนที่แข็งแรงมากกำลังเดินเข้ามาโอบเอวผม ผมรู้ดีว่าหุ่นอย่างนี้คือใคร ? แต่ก็ไม่กล้าดิ้น จริงๆ อยากจะตีศอกกลับให้มันจังๆ สักที แต่เคยมีประสบการณ์ว่า วิญญาณตีกัน ความเจ็บมันน้อยกว่าคนตีกันเยอะ แล้วผมเองก็ไม่ต้องการมีเรื่องวิวาทกับวิญญาณอีกราย ผมหาเรื่องลองของเอง ผมจึงปล่อยให้เขากอดผมตามสบาย เขาเห็นผมไม่กลัว ไม่ดิ้นรน และไม่สู้ สักหนึ...

2-5 ผีอำคือประตูลับเข้าไปสู่โลกวิญญาณ

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-5 ผีอำคือประตูลับเข้าไปสู่โลกวิญญาณ ไม่ว่าวิญญาณดวงนั้นจะอยู่ในสวรรค์หรือนรก ทางหนึ่งในหลายๆทาง ที่วิญญาณดวงนั้นจะมาหาท่านได้ โดยที่ท่านยังไม่ตาย ก็คือเขาต้องเข้ามาทางประตูที่เรียกว่า “ ผีอำ ” พูดง่ายๆ ก็คือ ท่านต้องทำให้ตัวท่านเองหลับไปแต่กาย แต่ใจไม่หลับ เมื่อมีดวงวิญญาณมาหาท่านในช่วงภวังค์ ท่านต้องพยายามรับรู้ให้ไว รีบตื่นทันที แต่ท่านจะตื่นได้เฉพาะวิญญาณเท่านั้น ร่างกายของท่านจะไม่ตื่นด้วย เมื่อท่านอยู่ในอาการผีอำ แม้จะเป็นเทพหรือเป็นผีธรรมดาก็ตาม จังหวะนี้พวกเขาจะสามารถติดต่อกับท่านได้ด้วยวิธีที่เขาได้รับอนุญาตจากผู้คุมวิญญาณ เรื่องที่ผมจะเล่าให้ท่านฟังต่อไปนี้ จะมีเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับวิญญาณของเทพเจ้าที่ผมคาดว่า ท่านเป็นผู้ปกครองสวรรค์ชั้นยามา อีกเรื่องคือเรื่องของพระพรหม วิญญาณเหล่านี้เป็นวิญญาณอันบริสุทธิ์ในโลกสวรรค์ แต่พวกท่านก็ยังใช้ประตูผีอำในการติดต่อสื่อสารกับผม ประตูผีอำจึงน่าจะเป็นประตูลับระหว่างภพมนุษย์และภพแห่งวิญญาณในการติดต่อหากัน ในบทต่อๆ ไปผมจะพูดถึงเทพท่านหนึ่ง ที่ชื่อว่า  " ตี่" ผมเชื่อว่า เทพท่านนี้อยู่ในแผ่นดินส...

2-6 สละผลบุญทั้งปวง เหลือแต่ดวงจิตอันเป็นอิสระ

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-6 สละผลบุญทั้งปวง เหลือแต่ดวงจิตอันเป็นอิสระ ตอนอายุประมาณ 32-35 ผมเคยเดินจงกรมและเข้าสมาธิประมาณวันละ 1-1.5 ชั่วโมง มีอยู่วันหนึ่ง ผมอยู่ในสมาธิ แต่มีความรู้สึกหนักๆ ทางใจ โชคดีที่ผมเคยอ่านเรื่องพระโพธิธรรมสอนฮ่องเต้องค์หนึ่งทำนองว่า ท่านทำบุญสร้างกุศลไปแต่ก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่ใจที่เป็นอิสระเท่านั้นถึงจะประเสริฐ ผมตีความว่า กษัตริย์ผู้นั้นสร้างแต่ความดี แต่ถึงจะมากมายเพียงใด รับผลของความดีไปไม่กี่ชาติมันก็หมด สู้การบรรลุนิพพานไม่ได้ ได้ปล่อยใจให้เป็นอิสระตลอดกาล ผมก็ไม่รู้ว่าที่ตีความไปมันผิดหรือถูก แต่ตอนนั้นผมอยู่ในสมาธิและเดินจงกรมมาชั่วโมงครึ่งแล้ว แต่ยังรู้สึกหนักอยู่ในใจเลย ผมมั่นใจว่ามันหนักตรงผลบุญที่ได้รับนั่นเอง ผมเลยตัดสินใจสละผลบุญและความดีที่ทำมาตลอดชีวิตให้พ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนๆ และทุกๆคนไป ไม่ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู โดยเฉพาะท่านที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ผมเต็มใจสละและมอบให้จริงๆ ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทนเลย ผมขอเหลือไว้แค่ใจอันเป็นอิสระเท่านั้น  หลังจากนั้นผมก็ทำสมาธิต่อ เพียงไม่กี่นาทีผมก็เข้าไปสู่ความสงบในอีกรูปแบบหนึ่ง มันเป็นความสง...

2-7 วิญญาณเทพชั้นยามาที่ทรงอำนาจมาหา

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-7 วิญญาณเทพชั้นยามาที่ทรงอำนาจมาหา ในโลกของวิญญาณมีผู้เฝ้าดูผมอยู่ด้วย คืนนั้น ขณะผมกำลังเปลี่ยนท่านอนตรงเป็นท่านอนหันข้าง มีดวงวิญญาณที่ทรงอำนาจดวงหนึ่งเข้ามาหาผม ระยะห่างกันประมาณ 2 เมตร ผมเปิดตาของวิญญาณหรือของกายเนื้อดูไม่ได้ รู้แต่ว่าดวงวิญญาณดวงนั้นมีความสว่างและความอบอุ่นรอบตัว มีแต่รังสีความสงบสุขไม่ว่าท่านอยู่ไกลตัวหรือใกล้ตัว ผมคิดว่า นี่คือ เทพชั้นสูงผู้ทรงอำนาจที่ชาวโลกที่มีประสบการณ์การตายแล้วฟื้นพูดถึง ในความรู้สึกของผม ดวงวิญญาณดวงนี้น่าจะเป็นผู้ปกครองเทพทั้งปวงในสวรรค์ชั้นยามา ความเข้าใจของผมอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้ อดีตท่านน่าจะเป็นพระสงฆ์ผู้รอบรู้ในทางธรรม ท่านพูดกับผมเสียงดังฟังชัดเหมือนกำลังฟังซาวด์อะเบ๊าท์อยู่ว่า “ ยินดีด้วย ” และถามผมว่า “ มีอะไรให้ช่วยไหม ” ผมก็ตอบท่านไปว่า “ ไม่มี ” บังเอิญผมไม่เคยเจอดวงวิญญาณที่พูดคุยกันได้เหมือนปกติโดยไม่ต้องเอ่ยปากแบบนี้ ผมรู้ว่าเป็นเสียงทางใจ แต่ทำไมมันถึงได้ชัดเจนอยู่ในหูผมอย่างนี้ วิญญาณท่านนี้พูดโดยไม่มีใครกล้าคุมท่าน ท่านอยากพูดอะไร ท่านก็พูด ผมไม่เคยเจอ เลยหวั่นใจมาก ดวงวิญญาณดวงนั้...

2-8 ความรักเป็นเรื่องการติดยึดในภาพจินตนาการที่ไม่จริง

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-8 ความรักเป็นเรื่องการติดยึดในภาพจินตนาการที่ไม่จริง คนเราก็ต้องมีเวลาที่ตกอยู่ในความรัก เมื่อไม่ได้หญิงที่ปรารถนา ช่วงนั้นก็ต้องเสียใจแบบสุดๆ ท่านที่เคยมีประสพการณ์อกหักมาแล้วคงจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี แล้วผมล่ะเป็นคนที่สัมผัสวิญญาณมานับครั้งไม่ถ้วน ซ้ำยังฝึกสมาธิได้ดีพอสมควร การที่พรหมลิขิตมากลั่นแกล้งผมเช่นนี้ ผมจะยอมได้อย่างไร ? อย่างนี้ผมก็ต้องไปถามพระพรหมดูสิครับ ว่ามันเรื่องอะไร ? ทำไมต้องเล่นผมแรงขนาดนี้ ? ถ้าผมไม่ได้อยู่กับหญิงคนนี้ กรรมความดีที่ผมทำมาทั้งชีวิต ผมไม่รับหรอกครับ รับไปก็หามีความสุขแม้แต่น้อยไม่ ขาดเธอก็เหมือนขาดใจ คิดได้ดังนั้น ผมก็เลยตรงไปที่ศาลท่านท้าวมหาพระพรหมที่ตั้งอยู่ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ ผมวิงวอนท่าน 3 วันติดต่อกันให้ช่วย ผมมั่นใจว่าท่านต้องมาหาผมแน่ หลังจากที่ไปที่ศาลพระพรหมแล้ว ผมก็ยังเสียใจอยู่เกือบเดือน ไม่รู้จะคลายความทุกข์ได้อย่างไร ? ผมเลยลองทำสมาธิแบบกรรมฐานดู เผื่อจะช่วยลดความเสียใจได้บ้าง ผมทำการแยกแยะตัวประกอบที่ทำให้ผมเกิดความรักออกมาทีละชิ้น เพื่อจะดูว่า เหตุใดผมจึงตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้ ? ผมพบว...

2-9 พระพรหมเสด็จมาหา

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-9 พระพรหมเสด็จมาหา ผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ ที่บ้านผมก็มีแขกผู้มีเกียรติท่านหนึ่งมาหา ด้วยกระแสพลังของท่าน ผมรู้ว่าท่านเป็นเทพชั้นสูงมากๆ แต่นึกไม่ถึงว่า ท่านจะเป็นถึงพระพรหม ดวงวิญญาณของท่านเป็นวิญญาณมนุษย์ชั้นเทพภูมิสูงมากๆ นั่นเอง ผมจำคำสอนของพระพุทธองค์ได้ว่า มนุษย์ผู้ใดประกอบไปด้วยพรหมวิหาร 4 มนุษย์ผู้นั้นเมื่อตายไปแล้วจะได้ไปเกิดในชั้นพรหม และอาจจะได้เป็นพระพรหม ผมสงสัยว่า ตำแหน่งพระพรหมนี้ไม่ใช่ตำแหน่งตายตัวที่ผูกขาดอยู่กับวิญญาณดวงเดียว อาจมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป พระพรหมองค์นี้ก็ไม่น่าใช่พระพรหมหรือพระเจ้าผู้สร้างสรรพสิ่งในโลกอย่างแน่นอน แต่ท่านมาประจำอยู่ตรงนี้ได้ ก็ด้วยความบริสุทธิ์ในวิญญาณของท่าน ซึ่งประกอบไปด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา พระพรหมท่านไม่ได้เสด็จเข้ามาในบ้านผมหรอก ท่านยืนอยู่หน้าประตู แล้วท่านก็ตอบคำถามผม แต่ไม่ใช่ด้วยคำพูด ท่านเนรมิตให้มีดวงวิญญาณดวงหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากใต้โซฟาของผม และทะลุโซฟาที่ผมนอน เข้ามากอดผมทางด้านหลังแบบพิศวาส จู่ๆ ผมก็รู้คำตอบขึ้นมาทันทีเลยว่า บาปกรรมทางเพศที่ผมทำหลายสิบครั้งสมัยวัยรุ่นมันไม่ได้ห...

2-10 เทพชั้นดุสิตมาอวยพร

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-10 เทพชั้นดุสิตมาอวยพร ก่อนที่พระพรหมท่านจะเสด็จมาหาผม วันที่ผมบรรลุในแก่นธรรมเรื่องความรัก จนพิษรักที่เหลืออยู่ในใจผมเหลือศูนย์ ไม่มีร่องรอยของความรักและความขมขื่นเหลืออยู่เลย ยกเว้นผมจะเข้าไปปรุงแต่งมันขึ้นมาอีก ปรากฏว่าในวันนั้นมีเทพชั้นดุสิตองค์หนึ่งท่านรับรู้อยู่ด้วย กลางดึกคืนนั้นท่านได้มาหาผม ท่านเนรมิตกายของท่านให้เล็กลงขนาดเท่าแขนผม ผมรับรู้ความสุขที่อยู่ในร่างวิญญาณของท่านด้วย ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ผมเทียบได้กับตอนที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิตจากธรรมชาติรอบข้าง ซึ่งตอนนั้นเป็นตอนที่ผมไปเที่ยวน้ำตกไนแองการ่าครั้งแรก แต่ความสุขนั้นมันอยู่ในใจผมอย่างเดียว และอยู่เพียงครู่เดียว แต่ความสุขของเทพผู้นี้เป็นความสุขที่อยู่ทั้งร่าง และดูเหมือนว่าท่านได้รับความสุขแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว ท่านพูดกับผมในใจว่า ท่านมาอวยพร ผมเลยนิ่งสักครู่ รู้สึกท่านจะท่องหรือสวดอะไรอยู่ผมไม่ทราบ สักพักท่านก็ไป ผมหลงใหลในสวรรค์ชั้นนี้ในทันที ผมเข้าใจว่า ถ้าผมตายลงในช่วงนั้น ภาวะจิตของผมจะนำผมไปเกิดในภพภูมิสวรรค์ชั้นดุสิต ผมขอย้ำอีกครั้งว่า ความสุขจากธรรมชาติที่ผมเคยสุขมากที่สุ...

2-11 ภูตพิศวาสตัวจริง

บทที่ 2 “ผีอำ” ประตูลับสู่โลกวิญญาณ 2-11 ภูตพิศวาสตัวจริง ครั้งหนึ่งผมเคยคิดจะแต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่ง แต่ปรากฏว่ามีวิญญาณของหญิงสาวดวงหนึ่งมาหาผม ผมคาดว่า วิญญาณดวงนี้น่าจะอยู่ในสวรรค์ชั้นที่ 1 ภูมิที่ 6 เธอมาบีบนวดข้างหลังผมอย่างทะนุถนอม สักพักหนึ่งวิญญาณผมก็รู้สึกตัว พอเธอรู้ตัวว่าผมรู้สึกตัวแล้ว เธอก็เอาร่างของเธอค่อยๆ ซบลงมาที่ด้านหลังของผม และค่อยๆ กอดผมแบบคนรักกัน ทำให้ผมหวนคิดถึงความหลัง ผมจำอะไรไม่ได้ในชาติก่อนก็จริง แต่มันมีความรู้สึกอยู่ตลอดว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังรอผมอยู่ในสวรรค์ หรือว่าเธอเป็นคู่รักของผมในสวรรค์ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผมอาจทำกรรมร่วมกับเธอมาก่อนที่ผมจะเกิดมาในชาตินี้ก็เป็นได้ 

3-1 ภพภูมิของวิญญาณ

บทที่ 3 ภพภูมิและรูปกายของวิญญาณ 3-1 ภพภูมิของวิญญาณ ก่อนอื่นต้องบอกให้ท่านทราบว่า สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ ไม่ได้อิงและไม่คำนึงถึงคำสอนของศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น แต่ผมพบว่าคำสอนเรื่องสวรรค์และภูมิเปรตในพระไตรปิฎกไปตรงกับภพภูมิของเหล่าวิญญาณที่ผมสัมผัส ผมจึงได้บรรยายภพภูมิของวิญญาณเหล่านี้ไว้คล้ายๆ กับในพระพุทธศาสนา ยกเว้นบางภพภูมิที่ผมเชื่อว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงตรัสสอนไว้ อาจเป็นเพราะแดนสวรรค์ของพระคริสต์เกิดขึ้นหลังจากที่พระพุทธองค์ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว บางท่านอาจจะโต้แย้งว่า การได้แค่สัมผัสหรือเข้าใกล้รัศมีของวิญญาณอย่างเดียว แต่ไม่ได้เห็นหรือพูดคุยใดๆ กัน อีกทั้งยังไม่ได้ไปดูภพภูมิของวิญญาณจริงๆ แล้วผมจะไปบอกได้อย่างไรว่าภพภูมิเหล่านั้นเป็นอย่างไร ? เปรียบเสมือนกับคนตาบอดคลำช้าง ถึงจะพยายามอธิบายลักษณะของช้างอย่างไร ก็คงจะแตกต่างจากที่คนทั่วไปเห็น โดยเฉพาะเรื่องสวรรค์นรกที่องค์พระศาสดาในศาสนาต่างๆ ทรงตรัสสอนไว้ ความจริงผมก็เชื่อเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ด้วยเหตุที่คนกับวิญญาณมีความแตกต่างกันคือ วิญญาณนั้นเมื่ออยู่ใกล้หรือสัมผัสกับคน เขาได้นำภพภูมิและรังสีแห่งความความสุขความท...